หน้าแรก
   สินค้า
      ผลิตภัณฑ์ เสริมสร้างสุขภาพ
      ผลิตภัณฑ์ ดูแลผิวหน้า ฝ้า สิว ผิวพรรณ
    บทความ
      บทความ - อาหารสุขภาพ
      บทความ - สุขภาพร่างกาย
    รายการสุขภาพกับเสียงเพลง
      รับฟังเรื่องสาระน่ารู้
      รับชมรายการสุขภาพ
   ฟังวิทยุออนไลน์
    กระดานสนทนา
    ติดต่อเรา - ชำระเงิน
สถิติผู้เข้าชม
 ขณะนี้มีผู้เข้าใช้ 3
 ผู้เข้าชมในวันนี้ 71
 ผู้เข้าชมทั้งหมด 112,425
 สินค้าทั้งหมด 10
กรุณาฝาก Email ของท่าน
  เพื่อรับข่าวสาร ที่น่าสนใจ

  สุขภาพร่างกาย
สครับไทฟัส
[25 ตุลาคม 2554 14:47 น.]จำนวนผู้เข้าชม 1150 คน

สครับไทฟัส

 

สครับไทฟัส เป็นไทฟัส (ไข้รากสาดใหญ่) ชนิดหนึ่งซึ่งทำให้มีอาการไข้สูง อาจมีผื่นแดงและสะเก็ดแผลไหม้ เกิดจากการติดเชื้อชนิดหนึ่ง ซึ่งมีตัวไรแดง (อยู่ตามพุ่มไม้) เป็นพาหะนำโรค มักพบในกลุ่มชาวไร่ ชาวสวน นักล่าสัตว์ นักท่องป่า ทหาร นักวิทยาศาสตร์ และผู้ที่ออกไปตั้งค่ายในป่า หากไม่ได้รับการรักษา มักมีไข้นาน ๒-๓ สัปดาห์ บางรายอาจหายได้เอง แต่บางรายอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนร้ายแรงได้

   ชื่อภาษาไทย         สครับไทฟัส, ไข้แมงแดง
   ชื่อภาษาอังกฤษ    Scrub Typhus

   สาเหตุ 
       เกิดจากเชื้อริกเกตเซีย ที่มีชื่อว่า โอเรียนเทียซูซูกามูชิ (Orientia tsutsugamushi ซึ่งเดิมเรียกว่า Rickettsia sutsugamushi หรือ Rickettsia orientalis) โดยมีไรอ่อน (chigger หรือ laval-stage trombiculid mites) เป็นพาหะนำโรค ระยะฟักตัว ๔-๑๘ วัน
       ตัวไรแก่อาศัยอยู่บนหญ้าและวางไข่บนพื้นดิน ไข่จะฟักเป็นตัวอ่อนที่มี ๖ ขาและมีสีแดง ไรอ่อนจะกระโดดเกาะสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์แทะ นก หรือผู้ที่เดินผ่านไปมาเพื่อดูดน้ำเหลืองเป็นอาหาร
       ถ้าคนหรือสัตว์มีเชื้อริกเกตเซียชนิดนี้อยู่ เชื้อก็จะเข้าไปอยู่ในลำไส้และต่อมน้ำลายของไรอ่อน แล้วเจริญแบ่งตัวในขณะที่ไรอ่อนกลายเป็นตัวแก่
       ตัวแก่เมื่อวางไข่ก็จะมีเชื้อโรคแพร่ติดอยู่ เมื่อฟักเป็นไรอ่อน ก็จะเป็นไรอ่อนที่มีเชื้อโรค เมื่อไปกัดคนหรือสัตว์ก็จะแพร่เชื้อให้คนหรือสัตว์นั้นต่อไป
       ในบ้านเราสัตว์ที่เป็นรังโรค (มีเชื้อโรคในร่างกาย) คือ หนูเป็นส่วนใหญ่ ส่วนน้อยอาจพบในกระแต และกระจ้อน สัตว์ที่เป็นรังโรคและไรอ่อนที่เป็นพาหะนำโรค อาจอยู่ตามพื้นที่ที่เป็นทุ่งหญ้า ป่าละเมาะ ทุ่งหญ้าคา ไร่พริก สวนยาง พุ่มไม้เตี้ยๆ และป่าสูง ซึ่งมีอยู่แทบทุกภาคของประเทศ

    อาการ
   หลังถูกไรอ่อนกัด ๔-๑๘ วัน จะมีอาการปวดศีรษะที่ขมับและหน้าผาก และจับไข้หนาวสั่น ไข้สูงตลอดเวลา (ไข้อาจเป็นอยู่นาน ๒-๓ สัปดาห์) หน้าแดง ตาแดง และกลัวแสง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ท้องผูก       บริเวณที่ถูกกัดจะเจ็บ และมีรอยไหม้ดำเหมือนถูกบุหรี่จี้ (สะเก็ดแผลไหม้) รอบๆ แผลจะมีอาการบวมแดง แต่ไม่เจ็บ เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ ๑ ซม. และเป็นอยู่นาน ๑-๓ สัปดาห์ พบได้ประมาณร้อยละ ๕๐ ของผู้ป่วย มักจะพบที่รักแร้ ขาหนีบ รอบเอว ก้น อวัยวะเพศ ต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ใกล้ๆ จะโตและเจ็บด้วย ประมาณวันที่ ๕-๗ หลังมีไข้จะมีผื่นสีแดงคล้ำ ขึ้นที่ลำตัวก่อน แล้วกระจายไปแขนขา ผื่นจะมีอยู่ ๓-๔ วันก็หายไป        ผู้ป่วยอาจมีอาการไอร่วมด้วย จากการอักเสบของเนื้อปอด

    การแยกโรค
อาการไข้สูง หนาวสั่น มีไข้นาน ๒-๓ สัปดาห์ อาจเกิดจากโรคติดเชื้ออื่นๆ ที่พบได้บ่อยในบ้านเรา เช่น
•    มาลาเรีย ผู้ป่วยมักมีประวัติอยู่ในเขตป่าเขา หรือเดินทางเข้าไปในป่าเขา จะมีอาการไข้สูง หนาวสั่น ปวดศีรษะและปวดเมื่อยมาก แต่จะไม่พบสะเก็ดแผลไหม้
•    ไทฟอยด์ (ไข้รากสาดน้อย) ผู้ป่วยจะมีไข้สูงตลอดเวลา นาน ๒-๓ สัปดาห์ อาจมีอาการปวดแน่นท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก (มักพบในผู้ใหญ่) หรือถ่ายเหลว (มักพบในเด็ก) ร่วมด้วย
•    เล็ปโตสไปโรซิส (ไข้ฉี่หนู) ผู้ป่วยจะมีไข้สูง หนาวสั่น ตาแดง ตาเหลือง (ดีซ่าน) ปวดน่อง มักพบในกลุ่มคนที่ย่ำน้ำหรือลงแช่ในแหล่งน้ำธรรมชาติ
•    ไข้เลือดออก ผู้ป่วยจะมีไข้สูงอยู่ตลอดเวลา หน้าแดง ตาแดง ปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน อาจมีจุดแดงจ้ำเขียวขึ้นตามตัว
•    หัด ผู้ป่วยจะมีไข้สูงตลอดเวลา หน้าแดง ตาแดง เป็นหวัด ไอ คล้ายไข้หวัด มีผื่นแดงขึ้นวันที่ ๔ ของไข้

    การวินิจฉัย
แพทย์จะวินิจฉัยจากประวัติอาชีพ (ชาวไร่ ชาวสวน) การเดินทางไปตั้งค่ายในป่า และตรวจพบสะเก็ดแผลไหม้ ซึ่งจะพบเพียง ๑ แห่ง มักพบที่บริเวณรักแร้ ขาหนีบ รอบเอว ก้น หรืออวัยวะเพศ (ใต้อัณฑะ)    หากพบสะเก็ดแผลไม้ ก็มักจะให้การวินิจฉัยได้ แต่จะพบได้เพียงร้อยละ ๕๐ ของผู้ที่เป็นโรคนี้ นอกจากนี้อาจทำการตรวจปัสสาวะ ตรวจเลือดดูการทำงานของตับ เอกซเรย์ และตรวจพิเศษอื่นๆ

    การดูแลตนเอง
ผู้ที่เป็นไข้สูงตลอดเวลา ไข้หนาวสั่น หรือมีไข้นานเกิน ๑ สัปดาห์ และมีประวัติว่าอยู่ในถิ่นที่พบโรคนี้ หรือกลับจากการเดินทางไปตั้งค่ายในป่า หรือตรวจสะเก็ดแผลไหม้ตามผิวหนัง ควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็ว       ถ้าตรวจพบว่าเป็นสครับไทฟัส ควรจะกินยาปฏิชีวนะตามแพทย์สั่งให้ครบถ้วน และไปติดตามผลการรักษาตามที่แพทย์นัด

    การรักษา
แพทย์จะให้การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ เช่น ดอกซีโซคลีน (
doxycycline) หรือเตตราไซคลีน (tetracycline) นาน ๓ วัน ไรแฟมพิซิน (rifampicin) นาน ๗ วัน หรืออะซิโทรไมซิน (azithromycin) ครั้งเดียว   ในรายที่มีอาการรุนแรง เช่น หอบ หัวใจวาย ไตวาย ช็อก หรือหมดสติ จำเป็นต้องรับตัวไว้รักษาในโรงพยาบาล

    ภาวะแทรกซ้อน
ในรายที่เป็นรุนแรง อาจถ่ายอุจจาระดำ เพ้อคลั่ง หมดสติ หัวใจวาย (กล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ) สมองอักเสบ เยื่อหุ้มสมองอักเสบ ปอดอักเสบ ภาวะการหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน (
ARDS) ไตวายเฉียบพลัน หรือภาวะช็อกจากโลหิตเป็นพิษ

  การดำเนินโรค
โรคนี้เมื่อได้รับการรักษา ไข้มักจะลดลงภายใน ๒๔-๗๒ ชั่วโมง และจะหายขาดโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนแต่อย่างใด แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษา บางรายอาจหายได้เอง โดยมีไข้อยู่นาน ๒-๓ สัปดาห์ แต่บางรายอาจมีภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

   การป้องกัน
๑. ถ้าจะออกไปตั้งค่ายในป่า พยายามอย่าเข้าไปในพุ่มไม้ บริเวณที่ตั้งค่ายควรถางให้โล่งเตียน ควรพ่นยาฆ่าไรบนพื้นดิน และไม่ควรนั่งหรือนอนอยู่กับที่นานๆ ควรใส่เสื้อผ้ารัดกุมและทายาป้องกัน
๒. กินยาป้องกัน โดยกินดอกซีไซคลีน ๒๐๐ มก. สัปดาห์ละครั้ง ระหว่างที่อยู่ในพื้นที่ที่มีโรคนี้อยู่ โดยให้เริ่มกินครั้งแรกก่อนเดินทาง ๓ วัน และกินต่อจนกระทั่ง ๖ สัปดาห์หลังเดินทางกลับออกมาแล้ว

    ความชุก
    โรคนี้พบบ่อยในพื้นที่ชนบทและป่าเขา มีรายงานผู้ป่วยโรคนี้ ประมาณปีละ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ราย พบได้ทุกภาคของประเทศ

 

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

ข้อมูลสื่อ File Name : 383-022

นิตยสารหมอชาวบ้าน เล่ม : 383

เดือน-ปี : 03/2554

คอลัมน์ : สารานุกรมทันโรค

สุขภาพร่างกาย
- นั่งนานทำป่วยง่าย (โรค) [25 ตุลาคม 2554 14:47 น.]
- 10 วิธี เกษียณอย่างมีความสุข [25 ตุลาคม 2554 14:47 น.]
- ผ่อนคลายสายตา แก้ปัญหาตาแห้ง [25 ตุลาคม 2554 14:47 น.]
- รู้เท่าทันโรคร้าย คุกคามชีวิตเกษียณ [25 ตุลาคม 2554 14:47 น.]
- เรื่องเบาๆ (ปัสสาวะบ่อย) [25 ตุลาคม 2554 14:47 น.]
- แสงออร่า - รัศมีกาย [25 ตุลาคม 2554 14:47 น.]
- กินอย่างไรให้ห่างไกลโรค [25 ตุลาคม 2554 14:47 น.]
- กินผลไม้ให้ถูกเวลาเพิ่มคุณค่า [25 ตุลาคม 2554 14:47 น.]
- การกินดีมีสุข [25 ตุลาคม 2554 14:47 น.]
- 25 วิธีทำชีวีตไม่มีโรค [25 ตุลาคม 2554 14:47 น.]
ดูทั้งหมด

  แสดงความคิดเห็น

ตัวหนา ตัวเอียง ตัวขีดเส้นใต้ ตัวขีดกลาง ชิดซ้าย กึ่งกลาง ชิดขวา รูปภาพ ลิ้งก์ ขนาดต้วอักษร สีต้วอักษร

ชื่อ: *
E-mail : *
ไม่ต้องการแสดง Email
รหัสตรวจสอบ : Security Image
* กรุณากรอกรหัสที่อยู่ในรูป

Copyright by musicbiofood.com
ชมรม คน เคย ป่วย
ติดต่อสอบถาม
เวลาทำการ โทร02-9539366-9, 02-9539201-3
นอกเวลาทำการโทร081-6679934-6
Engine by MAKEWEBEASY